น้ำหอมและเครื่องสำอางทุกชิ้นเป็นของแท้ 100% จากอเมริกาค่ะ น้ำหอมและเครื่องสำอางที่แม่ค้าขาย แม่ค้าการันตีได้เลยว่าใช้ดีทุกชิ้น หอมทุกตัว ...แม่ค้าใช้สินค้าเหล่านี้อยู่ และน้ำหอม แม่ค้าก็ใช้กลิ่นเหล่านี้ด้วยเช่นกัน ปลื้มมากๆ ชอบสุด ๆ ...แม่ค้าอยู่อเมริกาค่ะ หากจะติดต่อกับแม่ค้าโดยตรง ทักทาย คุยกันได้ในเฟสบุ๊คนะคะ !
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อาหารเพื่อสุขภาพ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อาหารเพื่อสุขภาพ แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2559

สุดยอดประโยชน์จาก "กาแฟ" ทั้ง 20 ประการ



      รวมมาไว้กันตรงนี้เลยสำหรับประโยชน์ของกาแฟทั้งต่อสุขภาพ ความงาม และประโยชน์อื่น ๆ อีกมากมายอย่างไม่น่าเชื่อ ใครที่เอากากกาแฟมาขัดผิวเป็นประจำต้องรู้กันเอาไว้เลยว่าประโยชน์อื่น ๆ ก็เอาไปใช้ได้นะ ใช้เหลืออย่างทิ้ง ส่วนคนที่ไม่ดื่มกาแฟ แต่กลัวเป็นโรคบางอย่าง ควรอ่านกันเลย หรือจะเอาไปใช้เพื่อความงามก็เหลือเฟือ ใครอยากเอาไปทำอะไร ดูตรงนี้กันไป จากนั้นไปนั่งร้านกาแฟสดก็ขอกากกาแฟกลับบ้านกันด้วยนะจ๊ะ

  1. เอาไปทำน้ำแข็งไว้ใส่กับกาแฟเย็นแก้วโปรด : ประโยชน์ง่าย ๆ อันนี้หลายคนนำไปใช้กันแล้ว ดูดี น่าดื่ม ลองดูเลย
  2. กากกาแฟใช้สครับผิวให้นุ่ม : เพิ่มความชุ่มชื้นจากน้ำมันที่อยู่ในเมล็ดกาแฟ กากกาแฟยังมันเลย ลองดูสิถ้ายังไม่เคย
  3. สครับผิวเอาเซลลูไลท์ออก : ทำบ่อย ๆ สครับผิวบริเวณที่มีเซลลูไลท์ ทำได้ทุกวัน ควบคู่ไปกับการบริหารเบาๆ เอาออกถาวรกันไปเลย
  4. ดับกลิ่นในตู้เย็นหรือตู้กับข้าว กลิ่นในครัวจะสดชื่นขึ้นถ้าวางกากกาแฟทิ้งเอาไว้ โดยเฉพาะตู้เย็นที่มีสารพัดสิ่ง ปลาร้า ปลาจ่อม ผักใกล้เน่า วางกากกาแฟเอาไว้เลย ช่วยได้ แต่ก็อย่าลืมเอาของเน่าไปทิ้งด้วยนะคะ
  5. ล้างมือ ใช้กากกาแฟล้างมือได้ อาจมีมันๆติดมือหน่อย ล้างให้สะอาด แต่ความสกปรกก็จะออกไปด้วยนะคะ
  6. ล้างจาน ล้างแก้ว กากกาแฟช่วยทำความสะอาดสิ่งสกปรก คราบทั้งหลายออกไปได้ ลองใช้ดู
  7. กากกาแฟไล่แมลง บ้านไหนมีแมลงรบกวน วางกากกาแฟทิ้งไว้ตามมุมต่างๆ แต่อย่าให้มีกลิ่นมากเกินไป บางคนก็แพ้กลิ่นกาแฟเหมือนกัน
  8. ผมเงางามเป็นประกาย ใช้น้ำกาแฟเข้มข้น แต่ไม่ต้องร้อนนะคะ ชโลมเส้นผมหลังสระ จะทำให้ผมเงางามไปเลย
  9. ซ่อมรอยขีดข่วนของเฟอร์นิเจอร์ ใช้กากกาแฟถูบริเวณรอยขีดข่วนของเฟอร์นิเจอร์ (ซึ่งควรมีสีเข้มด้วย) สำหรับบ้านที่มีน้องหมาน้องแมวอยู่ในบ้าน
  10. เป็นปุ๋ย ใส่กาแฟไว้ตามโคนต้นไม้ จะเป็นปุ๋ยที่ดี เพราะในกาแฟจะอุดมไปด้วยแร่ธาตุหลายอย่าง
  11. ป้องกันสัตว์เลี้ยงรบกวนสวนของเรา แนะนำให้ใช้กากกาแฟกับเปลือกส้มป้องกันรอบๆสวนครัวหรือสวนสวยๆของคุณ ไม่ให้สัตว์เลี้ยงเข้าไปขุดคุ้ย หรือแอบอึ๊ใส่ 
  12. ดับกลิ่นรองเท้า รองเท้าคู่ไหนใส่บ่อยแล้วมีกลิ่นเหม็นอัพ ให้ใส่กากกาแฟเอาไว้ข้างใน อย่าลืมห่อด้วยผ้านะจ๊ะ กาแฟจะช่วยดูดกลิ่นแย่ๆออกไป ไม่ต้องกลัวใครจะเหม็นเท้าเรา
  13. ให้พลังงาน ปลุกสมอง : ถูกต้องนะคะ กาแฟช่วยปลุกให้เราตื่นพร้อมรับงานยากๆ กระตุ้นอดีนาลีนด้วย สู้ตายกับทุกวันยาก ๆ
  14. ช่วยเบิร์นไขมัน เรื่องดี ๆ ของคนที่กำลังพยายามเอาไขมันออกไปให้มากที่สุด ให้กาแฟช่วยก็ดีนะ ดื่มทุกเช้าอยู่แล้ว ลดน้ำตาลหน่อยก็ดี เปลี่ยนจากกาแฟเย็นหวานมันมาเป็นกาแฟดำหรือกาแฟใส่นม น้ำตาลน้อย ๆ ดีกว่า
  15. ช่วยลดความเสี่ยงจากโรคเบาหวาน แต่ก็ต้องหมายถึงดื่มให้พอดีวันละไม่ควรเกิน 2 แก้ว (กาแฟร้อน) ใส่น้ำตาลน้อย หรือไม่ใส่ก็จะดี ฝึกเอาไว้ แล้วจะติดใจ 
  16. ช่วยลดความเสี่ยงจากโรคตับ ใครเป็นนักทำลายตับต้องฝึกดื่มกาแฟกันไว้เลย ช่วยได้นะ
  17. ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดมะเร็ง ใครกลัวเป็นมะเร็งต้องฝึกดื่มกาแฟในปริมาณที่พอเหมาะกันเอาไว้ แต่ต้องระวังกาแฟเย็นที่อุดมไปด้วยความหวานมหาศาล ในที่นี้คือตัวกาแฟไม่รวมนม น้ำตาล นะจ๊ะ 
  18. ช่วยลดความเสี่ยงจากอัลไซเมอร์ เริ่มหลง ๆ ลืม ๆ กันหรือยังเอ่ย ใครที่มีความเสี่ยงต่ออัลไซเมอร์ ควรฝึกดื่มกาแฟกันไว้อาจช่วยได้ 
  19. ช่วยลดความเสี่ยงโรคพาร์กินสัน : ดื่มกาแฟช่วยลดโอกาสการเกิดโรคพาร์กินสันได้ แต่ก็ต้องดูความเสี่ยงอื่น ๆ เช่นการใช้ชีวิต และความผิดปกติของร่างกายที่มีอยู่แล้วด้วย
  20. ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจ อันนี้รู้กันมานานแล้วเนอะ แต่ต้องไม่เกินวันละ 2 แก้วนะคะ ใครดื่มเกินต้องพยายามลดแล้วหละ ใครดื่มไม่ถึงก็ไม่เป็นไร ให้มันพอดีนะคะ
     ด้วยความปรารถนาดีจาก cosme*net เอามาฝากกันไป ใครเป็นคอกาแฟก็ยิ้มสิ ใครไม่ใช่และไม่ชอบก็รอดูเรื่องอื่น ๆ ทางเลือกในการดูแลสุขภาพมีเยอะค่ะ 


เรียบเรียงข้อมูลโดย : เว็บรีวิวเครื่องสำอาง cosmenet.in.th

คนอายุ 30+ ต้องกินอะไรบ้างถึงจะดี?


อาหารที่คนอายุ 30 ขึ้นไปต้องกิน! 

     อย่าปล่อยให้ความสวย ความหล่อ ในวัยนี้หลอกตาคุณเชียวนะคะ เพราะสาววัย 30 ส่วนใหญ่จะดูสวยเปล่งปลั่ง ส่วนหนุ่ม ๆ ก็ดูหล่อเฟิร์ม พุงยังไม่มา หน้ายังไม่เหี่ยว หนังตายังไม่ตก...แต่มันใกล้เวลาแล้วแหละค่ะ ที่ความหนุ่มสาว จะพ่ายแพ้ต่อธรรมชาติ อาจยังสวย แต่ก็หย่อนยานกันตั้งแต่ผิวหน้าจดปลายเท้า นอกจากจะต้องออกกำลังกาย พักผ่อนให้เพียงพอ ลดแอลกอฮอล์กับบุหรี่แล้ว จะต้องดูแลเรื่องอาหารกันด้วย เริ่มตั้งแต่วันนี้เพื่อให้ดูหนุ่มสาว อ่อนกว่าวัยไปอีกนาน แล้วคน 30 up+ ต้องกินอะไรละ? ถึงจะสวย ถึงจะหล่อกระชากวัยไปอีก 20 ปี 

อาหารที่คนอายุ 30 ขึ้นไปต้องกิน! 

  • ผัก-ผลไม้ที่อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ เบต้าแคโรทีน : ใช่อยู่ว่าสมัยนี้อะไรๆก็ต้านอนุมูลอิสระไปเสียหมด แต่ก็ไม่ใช่ขนาดนั้นหรอกนะ ต้องเลือกของดีจริง บางอย่างนี่โบราณเขาว่ามานานแล้วว่ากินแล้วผิวสวย ก็ต้องเชื่อกันด้วย เช่นฟักทอง และมะเขือเทศ
  • กินข้าวกับน้ำพริก : ถึงได้สะได้สวย ข้อเสียเพียงข้อเดียวของการกินข้าวกับน้ำพริกคือ เพลินค่ะ กินได้หลายจาน อันนี้ก็ต้องยั้ง ๆ กันไว้บ้าง และจะให้ดีต้องเลือกผักสด(ยกเว้นแครอท) ควรเป็นผักปลอดสารเคมีด้วย เพราะสารเคมีทั้งหลายจะไปทำลายอนุมูลอิสระ ส่วนข้าวก็ควรเป็นข้าวประเภทไม่ขัดขาวด้วยนะคะ จะอิ่มเร็วและได้คุณค่า 
  • กินธัญพืชและถั่วทั้งหลาย : ตั้งแต่ข้าวกล้อง เมล็ดผักต่างๆที่ทำมาทานได้ ถั่วลิสง อัลมอนด์ เมล็ดเชีย หรือเมล็ดเจีย งา ทั้งขาวและดำ ผสมลงไปในอาหารและเครื่องดื่มกันบ้าง ได้คุณค่าไม่ยาก 
  • ทานของหวานให้น้อยลงน้อย เพราะเมื่อร่างกายเผาผลาญน้ำตาลก็จะเกิดอนุมูลอิสระสูงภายในร่างกาย เซลล์ต่างๆถูกทำลายผลิตกันไม่ทัน แก่เร็วค่ะ 
  • งดอาหารฟาสท์ฟู้ด : ลดของทอด ๆ มัน ๆ ให้น้อยลง เพราะอาหารมันเหล่านี้ไม่ดีต่อสุขภาพ สะสมไขมันทำให้เลือดไหลเวียนให้สะดวก สารอาหารที่นำไปบำรุงส่วนต่าง ๆ ของร่างกายก็ไม่ได้เต็มที่
อาหารที่คนอายุ 30 ขึ้นไปต้องกิน! 

  • ดื่มไวน์แดง : ดื่มได้เลยวันละ 1-2 แก้ว ส่วนหนุ่ม ๆ เพิ่มได้อีก 1 แก้ว เพราะไวน์ทำมาจากองุ่น ที่หมักทั้งเปลือก มีสารต้านอนุมูลอิสระสูงมาก เป็นแอลกอฮอล์ที่ดื่มได้แต่ไม่ควรเกินจำนวนนี้ 
  • ดื่มน้ำขิง : ใส่น้ำผึ้งเล็กน้อย ดื่มทุกวันทั้งร้อนเย็น น้ำผึ้งได้ชื่อว่าเป็นยาอายุวัฒนะ ส่วนน้ำขิงก็มีฤทธิ์ร้อนช่วยให้เลือดลมเดินดี ลดไขมันในเส้นเลือดอีกด้วย 
     
  • ดื่มน้ำสะอาด : ดื่มให้เพียงพอในแต่ละวัน เพราะร่างกายของเราต้องการน้ำมากที่สุด ในทุกๆส่วนทั้งสมอง ผิวพรรณ ระบบขับถ่าย และระบบไหลเวียนเลือด 
  • กาแฟสดไม่ควรเกินวันละ 2 แก้ว : ส่วนกาแฟสำเร็จรูปไม่ควรเกิน 3 แก้ว จะช่วยเรื่องโรคหัวใจ หัวใจดีทำให้คนเราเป็นหนุ่มเป็นสาวยาวนานด้วยนะ 

ฝากไว้ไปปฏิบัติ ใครยังไม่ถึง 30 ปี ก็ไม่มีข้อห้าม กิน ดื่ม ตามนี้ เป็นหนุ่มสาว กันให้นาน ๆ ไปเลย


เรียบเรียงข้อมูลโดย : เว็บรีวิวเครื่องสำอาง cosmenet.in.th

7 เมนูอาหารไทยกระชากวัย ยิ่งกินยิ่งเด็ก จนเป็นอมตะ


7 เมนูอาหารไทย ยิ่งกิน ยิ่งเด็กลง 

     อาหารทำให้ความเหี่ยวเฉาตามวัยลดลงได้ เชื่อไหม สาวสูงวัยหลายคนจึงเริ่มหันมาดูแลสภาพเอ๊ยสุขภาพของตัวเองด้วยการเลือกรับประทานอาหารที่ไม่มีสารต้านอนุมูลอิสระ หรือมีให้น้อยหน่อยเถอะ นอกจากอาหารก็พยายามหลีกเลี่ยงมลภาวะนอกบ้าน หลบแดด หลบฝุ่นควันแต่พองาม งั้น
จัดไปกับเมนูกระชากวัยให้ไปเลย 7 เมนูไทย ๆ สำหรับ 7 วัน กินแล้วไม่ต้องไปโบท็อกซ์ ไม่ต้องดึงหน้า แต่ต้องทำให้สม่ำเสมอด้วย


แกงเลียง

     แกงเลียงอุดมไปด้วยคุณค่าจากผักหลากหลายชนิด หลากสี หลายประโยชน์ โดยเฉพาะผักประเภทที่มีสารต้านอนุมูลอิสระสูงอย่างฟักทอง แครอท บวบ และใบแมงลัก แล้วยังได้โปรตีนจากกุ้งและเห็ดอีกด้วย ใครไม่ทานเนื้อสัตว์สามารถเปลี่ยนกุ้งเป็นเต้าหู้ได้ด้วยนะคะ

7 เมนูอาหารไทย ยิ่งกิน ยิ่งเด็กลง 


น้ำพริกปลาทู ผักสดและผักต้ม

     เมนูน้ำพริกปลาทูที่อุดมไปด้วยสมุนไพรอย่างหอมแดง(มีสารฟลาโวนอยด์ป้องกันอนุมูลอิสระ) กระเทียม ที่มีฤทธิ์ต้านการอักเสบ ก็จะช่วยป้องกันอนุมูลอิสระ ป้องกันเซลล์เสียหาย นอกจากนี้กระเทียมยังช่วยในการเผาผลาญคาร์โบไฮเดรต ลดน้ำตาลในเลือด ลดคลอเลสเตอรอล มีพริกขี้หนูที่ช่วยในการเผาผลาญ มีวิตามินซีสูง ตัวนี้แหละที่จะช่วยเรื่องความอ่อนเยาว์ เช่นเดียวกับเบต้าแคโรทีนและวิตามินเอสูงด้วย นี่ก็เหมือนกัน ที่ช่วยต้านอนุมูลอิสระ และที่จะลืมไปได้ยังไง เมื่อนี้คือน้ำพริกปลาทู จึงต้องมีปลาทูสิ ปลาทุอุดมไปด้วยกรดอะมิโนที่ร่างกายต้องการหลายชนิด มีโอเมก้า 3 ป้องกันโรคความจำเสื่อม บำรุงตับอ่อน ช่วยเรื่องระบบประสาท แล้วยังมีข้อมูลที่บอกด้วยว่า ปลาทูทำให้สภาพจิตใจดีด้วยนะ

7 เมนูอาหารไทย ยิ่งกิน ยิ่งเด็กลง 


ไข่เจียวม้วนผักหลายสี

     เมนูไข่เจียวจานนี้ไม่ใส่น้ำมันหรือใส่ได้ก็น้ำมันมะกอกนิดๆในกระทะเทปล่อน ใช้ไฟกลางถึงอ่อน ทอดเสร็จแล้วให้เอามาม้วนผักอย่างแตงกวา แครอทต้ม หั่นซอยเล็กๆยาวๆ วางทับบนผักสลัดใบเขียวก่อนม้วน รับประทานกับน้ำจิ้มเปรี้ยวหวานเผ็ด อร่อยจริง ได้คุณค่าจากผักสีต่างๆที่ช่วยต้านอนุมูลอิสระ รักษาเซลล์ให้แข็งแรงเป็นหนุ่มสาว ยาวนาน สุขภาพแข็งแรงด้วยค่ะ นอกจากนี้ก็มีโปรตีนและคุณค่ามากมายจากไข่ จัดเป็นมื้อเช้าหรือเย็นก็ยังไหว 

7 เมนูอาหารไทย ยิ่งกิน ยิ่งเด็กลง 


ส้มตำผลไม้โรยหน้าด้วยเม็ดมะม่วงหิมพานต์

     ผลไม้ส่วนใหญ่อุดมไปด้วยวิตามินซี ที่ช่วยต้านอนุมูลอิสระ ฟื้นฟูสภาพผิว และผลไม้ที่สามารถนำมาทำส้มตำได้อร่อยก็มีหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นแอปเปิ้ล ชมพู่ ฝรั่ง ถ้าเป็นไปได้ลองเติมอะโวคาโด้ลงไปด้วยจะยิ่งบำรุงผิว มีแตงกวากับมะเขือเทศด้วยนะคะ และน้ำมะนาวนี่วิตามินซีตัวเก่งเลย ปรุงรสให้ชอบ พริกขี้หนูนี่ก็ตัวช่วยสำคัญยิ่งกินยิ่งเด็ก แต่อย่าให้เผ็ดจนแสบกระเพาะ จบตรงคลุกเคล้าตอนจบหรือใช้โรยเอา ก็คือเม็ดมะร่วงหิมพานต์ ที่ประโยชน์เยอะ มีน้ำมันสำคัญต่อผิว ผสมรวมไปกับถั่วลิสงด้วยก็ได้ แต่ควรเลือกที่สะอาด คั่วเองก็ดีไม่มีราตัวร้าย 
7 เมนูอาหารไทย ยิ่งกิน ยิ่งเด็กลง 

ต้มยำปลาทะเล 

     เลือกปลาทะเลที่ชอบเลย ปลาทะเลน้ำลึกส่วนใหญ่จะมีคุณค่าทางอาหารสูงมาก เลือกเป็นปลากะพง ปลาแซลมอน ปลาอินทรีย์ แบบตัดขายเป็นชิ้นก็ได้ นอกจากจะได้โอเมก้าสูงแล้ว ในต้มยำยังมีสมุนไพรมากมาย ทั้งข่า ตะไคร้ หอมแดง ใบมะกรูด บีบด้วยน้ำมะนาวที่อุดมไปด้วยวิตามินซี และคอลลาเจนในเนื้อป้า เด็กเด้งแน่นอน 
7 เมนูอาหารไทย ยิ่งกิน ยิ่งเด็กลง 


ไข่ต้ม หรือ ไข่ลวก 2 ฟอง

     จัดไว้เป็นมื้อเช้าเลย ไข่มีทั้งโปรตีน โอเมก้าและสารอาหารที่ร่างกายต้องการสูง ส่วนขนมปังโฮลวีตก็อุดมไปด้วยเส้นใยอาหารช่วยระบบย่อย และมีวิตามินบีช่วยบำรุงผิว 
7 เมนูอาหารไทย ยิ่งกิน ยิ่งเด็กลง 


แกงส้มปักษ์ใต้ปลาสำลี 

     ทำไมต้องปลาสำลี ปลาสำลีเป็นปลาที่มีโอเมก้าสูง แล้วยังนำมาทำแกงส้มได้อร่อยด้วย ส่วนผักก็เลือกตามชอบเลย และแกงส้มปักษ์ใต้มีขมิ้นสีเหลืองๆเป็นส่วนประกองในเครื่องแกงที่เป็นตัวสำคัญของโปรเจคกระชากวัยในครั้งนี้ด้วย แม้จะมีสรรพคุณมหาศาล แต่ที่สำคัญก็คือมีฤทธิ์ฆ่าพวกเชื้อราผิวหนังทั้งหลายได้ดี ช่วยแก้อาการแพ้ด้วย ดังนั้นสาวผิวมีปัญหาทานขมิ้นเยอะ ๆ ช่วยได้เหมือนกันนะคะ 
7 เมนูอาหารไทย ยิ่งกิน ยิ่งเด็กลง 
cr photo : wongnai.com

     เลือกกันเลยว่าจะเอาเมนูไหนไว้วันไหน หรือกระจายไปตามมื้อต่าง ๆ ก็ได้ อร่อยดีมีประโยชน์กันไป กระชากวัยกันสัก 10 ปีไปเลย 


เรียบเรียงข้อมูลโดย : เว็บรีวิวเครื่องสำอาง cosmenet.in.th

ไอเดียทำสลัด 7 วัน 7 เมนู

เอาใจคนรักสุขภาพตามเคย ใครไม่รักก็รีบ ๆ รักกันนะคะ กับชีวิตปัจจุบันที่จะเห็นได้ว่า ป่วยกันบ่อยมาก เพราะร่างกายของเรารับอนุมูลอิสระกันเข้าไปเยอะมาก พวกเราต้องแอนตี้มันกันบ้างด้วยการทำตัวเฮลตี้กันสักนิด จัดไว้เป็นสัปดาห์แห่งสุขภาพ ใส่ผักผลไม้ และเนื้อสัตว์ที่อุดมไปด้วยโปรตีนดี ๆ มีประโยชน์เข้าไปทั้งสัปดาห์ไปเลย ใครไม่ชอบผักเขียว ๆ ก็ลองเปลี่ยนเป็นผลไม้ประเภทต่าง ๆ ดูกัน น่ากิ๊นน่ากิน เลือกกันไปจัดไว้ใน 7 วัน ซ้ำ ๆ กันก็ไม่เป็นไร ถ้าชอบมาก 

วันที่ 1 สลัดบร็อคโคลี่ แอปเปิ้ล กับเมล็ดอัลมอนด์ 

อุดมด้วยคุณค่าและหาง่าย สำหรับเดรสซิ่งก็เลือกที่เราชอบกันไป ไม่แนะนำครีมหนักๆตลอด 7 วัน ถ้าชอบจริงก็สลับกับสลัดน้ำใสที่มีส่วนผสมของน้ำมันมะกอก น้ำมะนาว เกลือ เข้าไปแทน ถ้าชอบหวานก็เติมน้ำผึ้งหน่อย ๆ และถ้าอยากได้มีความเป็นครีมเพื่อสุขภาพก็ใช้กรีกโยเกิร์ตผสมเข้าไปด้วย ชิม ๆ อร่อยแน่ 

 
cr photo : thehealthyfoodie.com


วันที่ 2 สลัดผลไม้ อโวคาโด้ เบอรี่ ส้ม สับปะรด แอปเปิ้ล เติมผักใบเขียวสักหน่อย ดีงาม

เมนูนี้ใครชอบหัวหอมก็ใส่ลงไปด้วยเลยค่ะ ชอบชีสต้องมี เพราะชีสก็ประโยชน์ล้ำสำหรับร่างกายสาว ๆ เลือกผลไม้ที่เราชอบ แนะนำตระกูลเบอร์รี่ และอโวคาโด้ เดรสซิ่งควรเป็นน้ำใสหรือครีมกรีกโยเกิร์ต เลือกดูนะ เอาที่ชอบเลย 

 
cr photo : bhg.com


วันที่ 3 สลัดผลไม้ อัลมอนด์ และผักสลัด ในวันที่ของไม่ครบ

แค่นี้ก็เฮลตี้กันไปแล้ว หาผักใบเขียวที่ชอบในตู้เย็น กับส้ม อโวคาโด้ อัลมอนด์ซะหน่อย ยังไงก็ต้องหาอะไรติดบ้านกันไว้บ้างนะคะ น้ำสลัดที่เราชอบที่สุดและดูแลสุขภาพที่สุด จัดไว้ในตู้เย็นด้วย 

 
cr photo : bhg.com


วันที่ 4 สลัดแตงกวา มะเขือเทศ ชีส น้ำมันมะกอก เกลือ

ง่าย ๆ สำหรับบางวันก็มีบ้าง จัดตามนี้ดีแน่นอน ผิวก็สวยอีกด้วยนะเออ 

 
cr photo : southernliving.com


วันที่ 5 สลัดผักกาด แตงกวา ถั่วลิสง เนื้อสัตว์ที่ชอบ ผักอื่น ๆ ที่ใช่

เลือกจัดเป็นไอเดีย สวยงามน่ารับประทาน และดีงามต่อสุขภาพ อย่าลืมอัพรูปลงให้ใคร ๆ ดูด้วยล่ะ 

 
cr photo : southernliving.com

วันที่ 6 สลัดธัญพืชที่ชอบ อะโวคาโด้ และสลัดครีมอโวคาโด้ ผสมกรีกโยเกิร์ต 

อันนี้สุขภาพจัดเต็มไปเลย ทำเดรสซิ่งกันเอง ปั่นอโวคาโด้กับกรีกโยเกิร์ต น้ำมันมะกอก เกลือ มะนาว แล้วเลือกผักใบเขียวกับธัญพืชมาเลย เอาที่หาได้ไม่ยาก ข้าวโพดต้มก็อร่อยนะ ถั่วแดงก็ล้ำคุณค่า มะเขือเทศเชอร์รี่ต้องมี 

 
cr photo : carlsbadcravings.com


วันที่ 7 สลัดทับทิม ส้ม บร็อคโคลี่ กับเดรสซิ่งน้ำใส 

ทับทิมหวาน ๆ สักลูก ส้มหวาน ๆ บร็อคโคลี่ ข้าวพอง อาจเติมถั่วอื่น ๆ เข้าไปอีก กับเดรสซิ่งน้ำใสอร่อย ๆ จานนี้ดีท็อกซ์ได้ด้วย จัดไปสำหรับมื้อเช้าวันหยุด 

 
cr photo : yummymummykitchen.com

     ใครไม่ชอบจานไหนก็เอาออกไป แล้วลองครีเอทด้วยตัวเอง อะไรๆบนโลกใบนี้ที่กินได้ก็อาจนำมาเป็นจานสลัดกันได้ทั้งนั้น เอาที่ชอบเลยนะ จัดไป 1 สัปดาห์ เพื่อสุขภาพและความงาม 


เรียบเรียงข้อมูลโดย : เว็บรีวิวเครื่องสำอาง cosmenet.in.th

ใบบัว สูตรลดน้ำหนักแบบชาวจีน

ใบบัว สูตรลดน้ำหนักแบบชาวจีน "

Totus Leaf
      
     แพทย์ทางเลือก จากหลายศาสตร์ หลายชาติ เป็นอีกทางรักษาโรคต่าง ๆ ที่ยังคงได้รับการยอมรับมาถึงปัจจุบัน อย่างแพทย์แผนจีน และแพทย์แผนไทย ที่มักเป็นอีกทางเลือกของคนป่วยที่ไม่อยากพึ่งสารเคมีมากนัก แล้วเชื่อไหมคะว่า "ความอ้วน" ที่ไม่จบไม่สิ้น ก็อาจเป็น "โรค" ที่ต้องการรักษาจากภายในควบคู่กันไปด้วย 

     คนอ้วนบางคนนั้น แพทย์แผนจีนมีความเห็นว่า "อาจเกิดจากความชื้นและเสมหะตกค้างภายใน" โดยจะมีเสมหะที่ไม่ได้มีสภาพเหมือนที่เราเข้าใจ เสมหะประเภทนี้จะไร้รูปและมักเกิดร่วมกับความชื้นที่สะสมในร่างกาย จากการย่อยและดูดซึมอาหารของม้ามบกพร่อง และการตกค้างของของเสีย โดยระบบเกิดการเสียสมดุล จากสาเหตุต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการกิน ดื่ม มากเกิน การนั่งทำงานนานเกิน ความเครียดที่มากเกิน ร่างกายอ่อนล้ามากเกิน โดยทั้งหมดนี้อาจทำให้การทำงานของม้ามอ่อนแอลงได้ 

diet lotus leaves

สูตรใบบัวลดน้ำหนัก

     แพทย์แผนจีนเชื่อว่า "ใบบัวจะช่วยปรับกลไก ระบบย่อยแล้วคัดแยกส่วนเสียของอาหารลงสู่ส่วนล่าง จึงไม่เกิดเสมหะความชื้นสะสม แล้วยังไมเกิดโยโย่อีกด้วย 
  • วิธีที่ 1 : นำใบบัวไปเผาให้เกรียมกรอบเป็นสีออกเหลือง แล้วบดเป็นผง นำมารับประทานวันละ 10 - 20 กรัม 
    เช้า กลางวัน เย็น วันละ 3 ครั้ง ติดต่อกันนาน 1 เดือน 
  • วิธีที่ 2 : นำใบบัวไปตากแห้ง แล้วนำมาหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ ใช้ต้มน้ำดื่มเป็นน้ำชา ครั้งละ 15 - 30 กรัม ใช้เวลาต้มนานประมาณ 15 นาที ดื่มวันละ 2 ครั้ง ติดต่อกันนาน 1 เดือน

ใครอยากลองมารักษาโรคอ้วนด้วยวิธีธรรมชาติ วิธีนี้ถือว่าน่าสนใจ ทำไม่ยาก และต้องลองค่ะ


ขอขอบคุณภาพจาก : 
เรียบเรียงข้อมูลโดย : cosmenet.in.th

ไดเอทด้วย "ขิง" เร่งเผาพลาญ น้ำหนักลงเร็ว


 

     มีการทดสอบผลของสรรพคุณเผาผลาญของ "ขิง" โดยสถาบันโภชนาการมนุษย์จากมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย ประเทศสหรัฐอเมริกา มีผู้เข้าร่วมทำการทดลองดื่มน้ำขิงที่ใช้ขิงผงสำเร็จรูป 2 กรัม ละลายในน้ำ 1 แก้ว ดื่มหลังอาหาร ซึ่งเมื่อปล่อยให้กระบวนการเผาผลาญพลังงานทำงานไปจนครบ 6 ชั่วโมง นักวิจัยก็ทำการตรวจวัดค่าการเผาผลาญพลังงานในร่างกาย ปรากฎว่า พลังงานความร้อนที่เกิดขึ้นในขณะดูดซึม ย่อยอาหาร เพิ่มขึ้น 22.3 - 64.1 กิโลแคลอรี่ โดยเปรียบเทียบกับกลุ่มอาสาสมัครที่ไม่ได้ดื่มน้ำขิง หมายความว่า อาหารที่กินเข้าไปนั้น ไม่ได้ไปเพิ่มสะสม แต่สลายเป็นความร้อนเพิ่มขึ้นนั่นเอง และยังพบด้วยว่า หลังจากดื่มน้ำขิงเข้าไปแล้ว ความอยากอาหารในแต่ละวันก็ลดน้อยลงด้วย จึงไม่คอยกินจุบจิบ และทานได้น้อยลง 

 

     นี่คือข่าวดีที่หากใครยังไม่รู้ ก็รีบๆ ไปเหมาน้ำขิงที่ร้านบัวลอยน้ำขิงไว้เลย แต่อย่าลืมสั่งว่าไม่ใส่น้ำตาลหรือน้ำตาลน้อยๆ ส่วนคนที่ไม่มีร้านขายน้ำขิงแถวบ้านก็สามารถซื้อขิงผงสำเร็จรูปสำหรับชงดื่มง่ายๆ มาไว้ก็อร่อยร้อนวุบวาบสะใจดีเหมือนกัน หรือหากเป็นออร์แกนิกตัวจริงก็ควรไปซื้อขิงแก่มาต้มแล้วแช่เย็นเอาไว้กินก็ได้นะคะ บางคนใช้วิธีทุบใส่แก้วกาแฟขนาดใหญ่ กดน้ำร้อนให้เต็มแก้ว แล้วเอาเข้าไมโครเวฟสัก 3 นาที

     นอกจากน้ำขิงถ้าคุณเป็นคนทานขิงสดๆ ร้อนๆ ได้สบายมาก ก็สามารถติดขิงอ่อนติดบ้านเอาไว้ ปลอกเปลือกซอยบางๆ เอาไว้ทานกับอาหารลดความเลี่ยนเหมือนเวลาทานขิงกับไส้กรอกอีสาน ได้ประโยชน์อีกด้วย ไม่ใช่แค่เผาผลาญเพื่อลดน้ำหนักเท่านั้นนะคะ ขิงยังมีสรรพคุณช่วยรักษาโรคภูมิแพ้ แก้ท้องอืด ลดเสมหะได้อีก ดังนั้น จะปลูกหรือซื้อติดบ้านเอาไว้ก็ล้ำค่าที่สุด

 

     เย็นนี้จัดไปเลยค่ะ น้ำขิงร้อนๆ แก้วโตๆ ก่อนนอน ตื่นเช้ามาอีกแก้ว กลางวันอีกแก้ว ได้เวลาเผาผลาญกันแล้วหละค่ะ!!! 


เรียบเรียงข้อมูลโดย : cosmenet.in.th